กำลังเปิดตอน
กำลังเตรียมหน้าแรก
กำลังเตรียมหน้าแรก
กำลังเปิดตอน
ตอน 1
กลุ่มแชตบำเพ็ญเซียน
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2019
ปลายฤดูใบไม้ผลิ ต้นฤดูร้อน
ในช่วงนี้ อุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนในเขตเจียงหนานแตกต่างกันอย่างมาก กลางวันสวมเสื้อผ้าบาง ๆ ยังเหงื่อไหลเป็นน้ำ แต่พอตกกลางคืน ต่อให้ห่มผ้าหนา ๆ ก็ยังหนาวจนตัวสั่น
เมืองมหาวิทยาลัยเจียงหนาน
เวลา 14:30 น. ตามปกตินักศึกษาควรกำลังเข้าเรียน แต่ซ่งซูหางกลับอยู่ในหอพักเพียงลำพัง โดยวางแล็ปท็อปไว้บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อดูหนังไปพลางขณะนอนอยู่บนเตียง
ซ่งซูหางไม่ใช่คนชอบโดดเรียน เมื่อคืนช่วงครึ่งแรกของค่ำ อากาศร้อนอบอ้าวเหลือเกิน จนเขาปล่อย ‘ลูกถีบมังกรคำราม’ เตะผ้าห่มกระเด็นไปไกล ส่วนช่วงครึ่งหลังของคืน อุณหภูมิกลับลดฮวบ ซูหางซึ่งสวมเพียงกางเกงในตัวเล็กจึงต้องรับกรรมไปเต็ม ๆ
ขณะหลับ มือทั้งสองของเขาควานหาผ้าห่มอย่างยากลำบาก แต่น่าเสียดายที่หาเท่าไรก็ไม่เจอ สุดท้ายจึงได้แต่ขดตัวเหมือนกุ้ง สั่นเทิ้มอยู่ท่ามกลางลมหนาวยามราตรีอันโหดร้าย
พอพระอาทิตย์ขึ้น เขาก็กลายเป็นหนึ่งในกองทัพไข้หวัดตามฤดูกาลไปเสียแล้ว เพื่อนร่วมห้องช่วยลาหยุดเรียนวันนี้ให้ หลังจากนั้นเขาก็กินยาแก้หวัดแล้วนอนหลับยาวมาจนถึงตอนนี้
แม้ไข้จะลดแล้ว แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรง ไม่อยู่ในสภาพที่จะไปเข้าเรียนได้ เขาจึงทำได้เพียงอยู่ในหอพักคนเดียวแล้วดูหนังฆ่าเวลา
หนังบนหน้าจอยังคงฉายต่อไปเรื่อย ๆ แต่ซ่งซูหางกลับไม่มีสมาธิจดจ่อกับเนื้อเรื่องเลย
“ฤทธิ์ยายังไม่หมดอีกเหรอเนี่ย ง่วงจัง...” เขาหาวพลางรู้สึกว่าหนังตาหนักขึ้นทุกที
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง~” ทันใดนั้น โปรแกรมแชตตรงแถบงานบนหน้าจอแล็ปท็อปก็ส่งเสียงขึ้นมา
เสียงนี้คือการแจ้งเตือนว่ามีคนเพิ่มเขาเป็นเพื่อน หรือไม่ก็เชิญเขาเข้ากลุ่มแชต
“ใครเพิ่มเรามา?” ซ่งซูหางพึมพำพลางเอื้อมมือไปแตะมุมขวาล่างของหน้าจอเบา ๆ จากนั้นหน้าต่างข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาทันที
[เจินจวินภูผาเหลือง (*****) ส่งคำขอเป็นเพื่อนถึงคุณ] ข้อความเพิ่มเติม: ไม่มี
เจินจวินภูผาเหลือง? ใครกันถึงใช้ชื่อเล่นประหลาดขนาดนี้?
‘คงเป็นเพื่อนร่วมชั้นมั้ง?’ ซ่งซูหางคิดในใจ ก่อนอดนึกถึงเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนที่ทั้ง ๆ ที่เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ดูเหมือนยังอยู่ในช่วงวัยเพ้อฝันไม่ได้ เมื่อดูจากพฤติกรรมของพวกนั้นแล้ว คงตั้งชื่อเล่นประหลาดแบบนี้ได้แน่นอน
หลังหาเหตุผลให้ตัวเองเรียบร้อย เขาก็กด “ยอมรับ”
ไม่นานนัก การแจ้งเตือนอีกอันก็เด้งขึ้นมา
[เจินจวินภูผาเหลืองเชิญคุณเข้าร่วม ‘กลุ่มอันดับหนึ่งแห่งเก้าแคว้น’ คุณยอมรับหรือไม่?]
ซ่งซูหางกดยอมรับอีกครั้ง
‘กองหนังสือกดทับ’ ตกลงเข้าร่วม ‘กลุ่มอันดับหนึ่งแห่งเก้าแคว้น’
[คุณเข้าร่วมกลุ่มแชตแล้ว อย่าลืมทักทายสมาชิกคนอื่นในกลุ่มนะ! 😉] ระบบถึงกับแนบหน้ายิ้มมาให้ด้วย
สมัยนี้โปรแกรมแชตชักจะทำตัวเหมือนมนุษย์ขึ้นทุกทีจริง ๆ
หลังจากการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาติด ๆ กัน ซ่งซูหางก็ตัดสินใจปิดทั้งการแจ้งเตือนและหน้าต่างกลุ่มแชต—ความง่วงระลอกใหญ่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน แล้วเขาจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสนใจกลุ่มแชตที่ถูกเชิญเข้าไปกัน?
อย่างไรเสีย การตั้งค่ากลุ่มโดยปริยายของเขาก็ตั้งไว้เป็น [ไม่แสดงการแจ้งเตือน แสดงเฉพาะจำนวนข้อความในกลุ่ม] อยู่แล้ว นั่นหมายความว่าจะไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดมารบกวนเขา มีเพียงตัวเลขจำนวนข้อความที่ยังไม่ได้อ่านแสดงอยู่ข้างกลุ่มแชตเท่านั้น
ไว้พอหัวสมองปลอดโปร่งกว่านี้ เขาค่อยเลื่อนดูประวัติการสนทนาว่าตัวเองถูกเชิญเข้าไปในกลุ่มประเภทไหนก็ได้ อย่างไรเสีย ประวัติการสนทนาของสมาชิกในกลุ่มก็ไม่หายไปไหน
เขารู้สึกว่าหนังตาหนักขึ้นทุกที...
แม้หนังจะยังฉายต่อเนื่อง แต่สติของซ่งซูหางกลับเลือนรางลงเรื่อย ๆ
❄️❄️❄️
เมื่อสังเกตเห็นว่ากลุ่มอันดับหนึ่งแห่งเก้าแคว้นมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา เหล่าสมาชิกที่ซุ่มอ่านในกลุ่มก็พากันโผล่หน้าออกมา
ผู้บำเพ็ญอิสระแห่งธารเหนือ: “เจินจวินภูผาเหลืองเชิญสหายใหม่เข้ามาหรือ? นี่ก็หนึ่งปีแล้วกระมัง นับตั้งแต่มีสมาชิกใหม่เข้ากลุ่มครั้งก่อน?”
สมาชิกอีกคนซึ่งใช้ชื่อว่า ‘เจ็ดแห่งตระกูลซู’ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “มีสหายเต๋าคนใหม่หรือ? เขามาจากเขาหัวซานหรือไม่? บำเพ็ญอยู่ในถ้ำเซียนแห่งใด? มีนามเต๋าว่าอะไร? แล้วอยู่ขั้นใดของการบำเพ็ญเซียน?”
เหตุใดคำถามชุดนี้จึงฟังดูชอบกลนัก?
ในเวลาเดียวกัน ผู้ใช้ชื่อ ‘ดาบคลั่งสามคราวผลีผลาม’ ก็พิมพ์ว่า “สหายเต๋าคนใหม่ของเราเป็นเพศอะไร? เป็นนางเซียนหรือไม่? ถ้าใช่ โปรดแจ้งสัดส่วนทั้งสามและอัปโหลดรูปมาด้วย!”
เมื่อเห็นข้อความของเจ็ดแห่งตระกูลซูกับดาบคลั่งสามคราวผลีผลาม สมาชิกมากมายที่ซุ่มอ่านอยู่ในกลุ่มต่างรู้สึกว่ามุมปากกระตุก
“พี่สามคราวผลีผลาม เจ้าเป็นปลาทองหรืออย่างไร?” ผู้บำเพ็ญอิสระแห่งธารเหนือถอนหายใจ “หากเจินจวินภูผาเหลืองเชิญผู้อาวุโสเข้ามาอีกคนเล่า? เจ้าอาจนำหายนะมาสู่ตัวเองอีกครั้งนะ!”
สามคราวผลีผลาม...เจ้าหมอนี่ดีไปเสียทุกอย่าง ทั้งซื่อสัตย์และกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างจึงค่อนข้างดี—ติดอยู่เพียงปากเสีย ๆ ของเขามักพาเจ้าตัวไปตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่านั้น
น่าเสียดายที่เจ้าหมอนี่ดวงซวยจนน่าขนลุก ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ทุกครั้งที่ผลีผลาม เขามักล่วงเกินผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งเสมอ ส่วนผู้อาวุโสเหล่านั้นก็บังเอิญไม่มีอะไรทำเพื่อความสำราญ จึงย่อมยินดีทรมานดาบคลั่งสามคราวผลีผลามที่วิ่งมาส่งตัวถึงหน้าประตูเพื่อฆ่าเวลา
“ข้าขอร้อง อย่าพูดคำว่า ‘ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่ง’ เลย...มันเป็นประสบการณ์เลวร้ายที่ยังตามหลอกหลอนข้าอยู่” ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามส่ง 😭😭😭 มาเป็นแถว
เมื่อสี่ปีก่อน เขาใช้ปากโง่ ๆ ของตัวเองไปล่วงเกิน ‘ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่ง’ ผู้เลอโฉมเข้า จึงถูกทรมานอย่างโหดร้าย...ผู้อาวุโสคนนั้นทรมานเขาไม่หยุดตลอดหนึ่งปีกับสี่เดือน ใช่แล้ว ฟังไม่ผิด รวมทั้งหมดหนึ่งปีกับสี่เดือน! เมื่อนึกย้อนถึงช่วงเวลาอันไร้มนุษยธรรมเหล่านั้น น้ำตาของเขาก็เริ่มเอ่อคลอ
ทันทีที่สามคราวผลีผลามพูดจบ สมาชิกในกลุ่มต่างทยอยส่ง 😏 ออกมาทีละคน ไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย กลับแสดงความยินดีบนความทุกข์ของเขาอย่างเปิดเผย
ตอนนั้นมีสมาชิกในกลุ่มที่ขึ้นสถานะ ‘ออนไลน์’ อยู่แปดคน และหกคนในนั้นต่างส่งหน้ายิ้มมาเป็นแถว
“ไอ้พวกสารเลวที่ดีใจบนความทุกข์ของคนอื่น ท่านผู้นี้จำพวกเจ้าได้ทุกคนแล้ว อย่าให้ข้าเจอเข้าก็แล้วกัน มิฉะนั้นข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสกระบวนดาบว่องไวเจ็ดสิบสองท่า!” ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามตอบอย่างขุ่นเคือง เขามั่นใจในดาบว่องไวของตนเอง และเจ้าหกคนที่กำลังหัวเราะเยาะเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ในการดวลตัวต่อตัวของเขา
ทันทีที่ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามพูดจบ 😏 อีกอันก็ปรากฏขึ้นในกลุ่ม ผู้ส่งคือเจ็ดแห่งตระกูลซู
หลังจากนั้นไม่นาน เจ็ดแห่งตระกูลซูก็กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “เราจะนัดประลองกันเมื่อไร?”
เห็นได้ชัดว่าเจ็ดแห่งตระกูลซูไม่ได้คิดจะยินดีบนความทุกข์ของเขาเลย—อีกฝ่ายเพียงต้องการคู่ต่อสู้เท่านั้น
“...” ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามหมดอาลัยตายอยากในทันที
ทำไมน่ะหรือ? เพราะเขาเอาชนะเจ็ดไม่ได้!
พื้นฐานการบำเพ็ญเซียนของเขาลึกล้ำ ถึงขั้นปลายของขอบเขตจักรพรรดิวิญญาณขั้นห้าแล้ว และห่างจากการเป็นเจินจวินขั้นหกเพียงสองก้าวเท่านั้น ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่อาจเอาชนะเจ็ดได้
แม้จะมีกระบวนดาบว่องไวเจ็ดสิบสองท่าที่ทั้งรวดเร็วและดุดัน ประกอบกับวิชาตัวเบาที่ว่องไวดุจสายฟ้า เขาก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี
เขามีฉายาว่าดาบคลั่ง แม้แต่ตัวเขาเองยังกลัวตัวเองยามเดือดดาล แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ็ดจริง ๆ!
เมื่อเห็นสามคราวผลีผลามหมดท่า สมาชิกในกลุ่มก็ส่ง 😆😆😆 มาอีกระลอก
“...” คราวนี้ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามทำได้เพียงส่งจุดไข่ปลามาอย่างหดหู่
ทุกคนในกลุ่มเริ่มสงสัย—พวกเขาเอะอะกันอยู่ตั้งนาน แต่สมาชิกใหม่กลับยังไม่ปรากฏตัว
“สหายเต๋าคนใหม่ของเราไม่พูดอะไรเลยหรือ?” ผู้บำเพ็ญอิสระแห่งธารเหนือถาม
น่าเสียดายที่เพราะฤทธิ์ยา ซ่งซูหางจึงกลับเข้าสู่สภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นอีกครั้ง
ขณะนั้นเอง เจ็ดแห่งตระกูลซูส่งข้อความมาอย่างยินดี “เมื่อครู่ข้าเพิ่งตรวจดู สหายเต๋าคนใหม่ของเรามีนามว่า ‘กองหนังสือกดทับ’ มีใครเคยได้ยินยอดฝีมือที่มีนามเต๋านี้บ้างหรือไม่? ชื่อของเขาฟังดูคล้ายสมาชิกจากฝ่ายนักปราชญ์? ช่างทำให้ข้าตั้งตารอจริง ๆ! อย่างไรเสีย ที่ตั้งของสำนักนั้นก็ซ่อนเร้นเสียเหลือเกิน
ข้าไม่ได้ต่อสู้กับพวกเขามาหลายร้อยปีแล้ว! พอย้อนนึกดู การต่อสู้กับพวกเขาสนุกกว่าประลองกับพระเสียอีก ไม่เพียงฝีปากจะคมกล้า หมัดยังหนักหน่วงด้วย! เวลานึกครึ้มขึ้นมา พวกเขายังท่องบทกวีอย่างองอาจเพื่อเพิ่มความคึกคัก ทำให้สนุกขึ้นหลายเท่าตัว! ข้าชอบต่อสู้กับพวกเขาที่สุด”
“เจ็ด ความคาดหวังที่เจ้ามีต่อสหายเต๋าคนใหม่จำกัดอยู่แค่ว่าจะต่อสู้กับอีกฝ่ายให้สนุกหรือ?” ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามส่ง 😭 มา นี่มันวิถีของทรราชชั่วช้าชัด ๆ!
“เอ่อ” เจ็ดแห่งตระกูลซูรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ผู้บำเพ็ญอิสระแห่งธารเหนือกล่าวว่า “หรือว่าจะเป็น ‘ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่ง’ อีกคนหนึ่งซึ่งไม่คุ้นเคยกับโปรแกรมแชตเช่นนี้? 😏”
เมื่อพูดเช่นนั้น ดูเหมือนหลายคนจะรู้สึกว่าภาพเหตุการณ์นี้คุ้นตาอยู่บ้าง?
ถูกต้อง เมื่อราวสี่ปีก่อน มีผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งออกจากการเก็บตัวหลังบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปี กว่าจะเปิดโปรแกรมส่งข้อความได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ จากนั้นนางก็ถูกเจินจวินภูผาเหลืองเชิญเข้ากลุ่ม ทว่านางไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ เพราะไม่รู้ว่าต้องพิมพ์อย่างไร
หลังจากนั้น เจ้าหมอนามว่าดาบคลั่งสามคราวผลีผลามก็หยอกล้อผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งคนนั้นอย่างร่าเริง ทั้งขอสัดส่วนทั้งสาม รูปถ่าย สนทนาด้วยเสียง และอื่น ๆ
ต่อมา...ไม่กี่วันให้หลัง ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามก็ได้พบผู้อาวุโสคนนั้นด้วยตัวเอง นางงดงามอย่างยิ่ง เปล่งประกายเจิดจ้าราวจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้ายามราตรี
จากนั้นผู้อาวุโสผู้เย้ายวนคนนั้นก็ทรมานดาบคลั่งสามคราวผลีผลามเป็นเวลาหนึ่งปีกับสี่เดือน จนพึงพอใจอย่างสมบูรณ์แล้วจึงจากไป
ดาบคลั่งสามคราวผลีผลามถูกความทรงจำถาโถมเข้าใส่จนเงียบกริบในทันที
“ภูผาเหลือง?” ขณะนั้นเอง คนผู้หนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า ‘ปรมาจารย์โอสถ’ ก็ส่งข้อความมา
เป็นข้อความสั้น ๆ ที่ยากจะหยั่งถึง
โชคดีที่ทุกคนในกลุ่มแชตเคยชินกับการที่ปรมาจารย์โอสถส่งข้อความสั้น ๆ มานานแล้ว—เขากำลังถามว่าเจินจวินภูผาเหลืองอยู่ที่ใด
สาเหตุที่ปรมาจารย์โอสถส่งข้อความสั้น ๆ ไม่ใช่เพราะมีบุคลิกสูงส่ง แต่เป็นเพราะเขาใช้เพียงสองนิ้วพิมพ์บนกระดานเขียน ความเร็วของเขาจึงช้ามาก อีกทั้งยิ่งข้อความยาวก็ยิ่งมีโอกาสพิมพ์ผิดสูง แถมการลบแล้วเขียนใหม่ยังเป็นเรื่องทรมานโดยแท้ ดังนั้นปรมาจารย์โอสถจึงติดนิสัยส่งแต่ข้อความสั้น ๆ
เมื่อเวลาผ่านไป ปรมาจารย์โอสถจึงถูกมองว่าเป็นคนที่วาจาล้ำค่าดุจทองคำยามสนทนากับผู้อื่น
“เขาออฟไลน์ไปทันทีหลังส่งคำเชิญ ได้ยินว่าสุนัขอสูรสุดที่รักของเขาโมโหแล้วหนีออกจากบ้านอีกครั้ง เจินจวินภูผาเหลืองจึงออกไปตามมัน แค่ดูแลสุนัขอสูรล้ำค่าตัวนั้น แล้วยังต้องออนไลน์มาเพิ่มคนเข้ากลุ่มก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเจินจวินเลย ตอนนี้เขาคงยุ่งสุด ๆ แน่นอน” ผู้บำเพ็ญอิสระแห่งธารเหนือตอบ
ปรมาจารย์โอสถ: “...”
“คงทำได้เพียงรอให้สหายเต๋าคนใหม่เรียนรู้วิธีใช้โปรแกรมแชต” เจ็ดแห่งตระกูลซูถอนหายใจ พวกเขาล้วนคิดไปเองว่าสมาชิกใหม่เป็นพวกเดียวกัน
สมาชิกไม่กี่คนที่ออนไลน์อยู่เห็นว่าสหายเต๋าคนใหม่ไม่ตอบสนองเลย จึงหมดสนุกและทยอยออฟไลน์ไปทีละคน
❄️❄️❄️
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา ซ่งซูหางก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้น
“ก่อนหน้านี้เหมือนจะมีคนเชิญเราเข้ากลุ่ม ชื่อห้องแชตคือ...กลุ่มเก้าแคว้นหรือเปล่านะ?” เขาพึมพำเบา ๆ พลางเปิดโปรแกรมแชต หน้าต่างห้องแชตของกลุ่มเก้าแคว้นเด้งขึ้นมา
นี่มันกลุ่มอะไรกันแน่?
ไม่นาน ประวัติการสนทนาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนก็ปรากฏตรงหน้าเขา
ซ่งซูหางกวาดตามองข้อความเหล่านั้นคร่าว ๆ
สหายเต๋า? ถ้ำเซียน? อยู่ขั้นใดของการบำเพ็ญเซียน?
ไหนจะผู้อาวุโส เจินจวิน ท่านผู้นี้? ไล่ตามสุนัขอสูรยักษ์?
เต็มไปด้วยศัพท์สารพัดที่ราวกับหลุดออกมาจากนิยายเซียนจีน
วิธีพูดของพวกเขาก็น่าสนใจเช่นกัน—ครึ่งโบราณครึ่งสมัยใหม่ ครึ่งตรงไปตรงมาครึ่งวกวน ให้ความรู้สึกเหมือนคนสมัยใหม่พยายามสนทนาด้วยภาษาโบราณ แต่พื้นฐานภาษาเก่าไม่แน่นพอ เวลาสื่อสารจึงฟังดูกระอักกระอ่วน
“พรืด~~” ซ่งซูหางหลุดหัวเราะ
ดูท่าว่านี่คงเป็นกลุ่มที่สร้างขึ้นสำหรับคนชื่นชอบนิยายเซียนจีนสินะ?
เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่กลุ่มแฟนนิยายเซียนจีนธรรมดาแน่นอน!
ทุกคนในกลุ่มต่างตั้งนามเต๋าให้ตัวเอง ที่พักก็เรียกว่าถ้ำเซียน ส่วนสัตว์เลี้ยงของแอดมินที่หายไปยังต้องบรรยายว่าเป็นสุนัขอสูรยักษ์ซึ่งหนีออกจากบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนประกาศว่าไม่ได้ต่อสู้กับสมาชิกฝ่ายนักปราชญ์มานานกว่าศตวรรษแล้วด้วย
พูดอีกอย่างก็คือ คนพวกนั้นกำลังอ้างว่าตัวเองมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้วอย่างนั้นหรือ?
เพียงมองบันทึกการสนทนานี้ก็ทำให้รู้สึกอับอายแทนจนแทบมุดดิน
‘หลงใหลถึงระดับนี้ เรียกได้ว่ามีอาการจูนิเบียวแล้วละ อ้อ ใช่สิ พวกเขาเป็นกลุ่มเฉพาะสำหรับแนวเซียนจีนดั้งเดิม’ ซ่งซูหางสรุปเงียบ ๆ ในใจ
ดูท่าที่นี่คงเป็นแหล่งรวมตัวของพวกจูนิเบียว
นี่คือความประทับใจแรกที่เขามีต่อสมาชิกใน ‘กลุ่มอันดับหนึ่งแห่งเก้าแคว้น’
แต่ทำไมคนพวกนั้นถึงเชิญเขาเข้ากลุ่มกัน?
ซ่งซูหางมั่นใจว่าเจินจวินภูผาเหลืองไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นที่เขารู้จัก และแม้จะเปิดดูโปรไฟล์ของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็ยังจำไม่ได้ว่าเป็นใคร
หรือว่าเขาจะถูกเพิ่มเข้ามาผิดคน?